สัตว์เลี้ยงแก่เร็วกว่าที่เราคิดมาก และหลายอาการที่เจ้าของคิดว่า "แก่แล้วก็เป็นแบบนี้แหละ" จริง ๆ เป็นโรคที่รักษาหรือชะลอได้ ถ้าเจอเร็ว
อายุเท่าไรถือว่าสูงวัย
- แมว — 7–10 ปีคือวัยกลางคน (เริ่มตรวจถี่ขึ้นได้แล้ว) · 10 ปีขึ้นไปจึงนับเป็นสูงวัย ตามแนวทาง AAHA ฉบับปี 2023
- สุนัข — ไม่มีอายุตายตัว AAHA ใช้เกณฑ์ "ช่วง 25% สุดท้ายของอายุขัยที่คาดไว้" จึงขึ้นกับพันธุ์และขนาดตัว
- สุนัขพันธุ์ใหญ่อายุขัยสั้นกว่า เข้าสู่วัยสูงวัยเร็วกว่า — ราว 6–7 ปี
- สุนัขพันธุ์เล็กอายุยืนกว่า มักราว 9–10 ปีขึ้นไป
- กระต่ายและสัตว์ฟันแทะ — อายุขัยสั้นกว่ามาก เข้าสู่วัยชราตั้งแต่ราว 4–5 ปี
สัญญาณที่มักถูกมองข้าม
อาการเหล่านี้ไม่ใช่ "ความแก่ปกติ" แต่มักเป็นสัญญาณของโรค ควรพามาตรวจ
- กินน้ำเยอะขึ้น ฉี่บ่อยขึ้น — อาจเป็นโรคไต เบาหวาน
- น้ำหนักลดทั้งที่กินปกติ — อาจเป็นไทรอยด์เป็นพิษ (พบบ่อยในแมวแก่) หรือโรคไต
- ลุกยาก ไม่ยอมกระโดดขึ้นที่สูง เดินขาแข็ง — ข้อเสื่อม
- กลิ่นปากแรง กินอาหารช้าลง — โรคฟันและเหงือก
- คลำเจอก้อนตามตัว
- สับสน เดินวน ร้องกลางคืน นอนกลับเวลา
ตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน
- สัตว์สูงวัยควรตรวจ ปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน)
- ควรตรวจเลือดดูค่าไต ตับ และน้ำตาล
- ตรวจปัสสาวะ ชั่งน้ำหนัก และวัดความดันตามคำแนะนำ
- ตรวจช่องปากและฟัน
ปรับบ้านให้อยู่ง่ายขึ้น
- ที่นอนนุ่ม รองรับข้อ วางในที่ไม่ต้องปีน
- ปูพรมหรือแผ่นกันลื่นบนพื้นกระเบื้อง — พื้นลื่นทำให้สัตว์ข้อเสื่อมล้มง่าย
- ทำทางลาดหรือบันไดเล็กขึ้นโซฟา/เตียง
- วางชามน้ำและกระบะทรายหลายจุด ให้เดินไปถึงง่าย
- สำหรับแมวแก่ เลือกกระบะทรายขอบเตี้ยเข้าออกสะดวก
1 ปีของสัตว์เลี้ยงเทียบเท่าหลายปีของคน โรคจึงดำเนินเร็วมาก การตรวจทุก 6 เดือนในวัยนี้จึงไม่ได้ถี่เกินไป แต่ช่วยให้เจอปัญหาตั้งแต่ยังรักษาง่าย ·
อ่านเพิ่ม: ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี